กว๊านพะเยา

ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา

กว๊านพะเยามีลักษณะเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่รูปพระจันทร์เสี้ยวเกือบครึ่งวงกลมเว้าแหว่งทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งคำว่า กว๊าน นั้นหมายถึง หนองน้ำ หรือบึงน้ำขนาดใหญ่ และคำนี้มีใช้ในท้องถิ่นล้านนาเฉพาะที่จังหวัดพะเยาแห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งกว๊านพะเยาเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ได้รวบรวมลำห้วยต่าง ๆ มากถึง 18 สาย เอาไว้จนกลายเป็นแหล่งประมงน้ำจืด ขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือและใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 12,831 ไร่ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลากว่า 50 ชนิด เช่น ปลากราย ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาจีน ปลาไน และปลานิล อีกทั้ง ทัศนียภาพรอบกว๊านมีความร่มรื่น สามารถมองเห็นแนวทิวเขาสลับซับซ้อนกลายเป็นทิวทัศน์ที่งดงาม บริเวณริมกว๊านยังมีร้านอาหาร สวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งชาวพะเยามักออกมาเดินเล่นในยามเย็น หรือไม่ก็ชมพระอาทิตย์ตกดิน นอกจากนี้ไฮไลท์ของกว๊านพะเยายังอยู่ที่การเวียนเทียนทางน้ำหนึ่งเดียวในโลกในวันสำคัญทางพุทธศาสนา คือ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา ณ วัดติโลกอารามกลางกว๊านพะเยาที่มีอายุกว่า 500 ปี และมีบริการนั่งเรือพายชมทัศนียภาพ ราคา ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท

วัดอนาลโยทิพยาราม

หมู่บ้านสันป่าบง หมู่ที่ ๖ ตําบลสันป่าม่วง อําเภอเมือง จังหวัดพะเยา

วัดอนาลโย ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสันป่าบง หมู่ที่ ๖ ตําบลสันป่าม่วง อําเภอเมือง จังหวัดพะเยา มีเนื้อที่ทั้งหมด ๒,๘๐๐ ไร่ เริ่มการก่อสร้างโดยพระอาจารย์ไพบูลย์สุมังคโล ขณะท่านอยู่วัดรัตวนาราม ท่านมีปรากฏการณ์เห็นทรายทองไหลลงมาสู่วัดเป็นสายรังสีแสงของทรายทองที่ไหลพรั่งพรูราวกับสายน้ํานั้นอาบวัดทั้งวัดแทบจะกลายเป็นวัดทองคํา ท่านมองทวนลําแสงสีทองไป ก็เห็นเขาที่อยู่อีกฟากหนึ่งของกว๊านพะเยา จากนั้นได้มีโยมอาราธนาไปดูสถานที่สําคัญและแปลกประหลาดเพื่อจะได้สร้างสํานักสงฆ์ไว้เป็นที่บําเพ็ญกุศลของชาวบ้าน สืบเนื่องจากชาวบ้านมักจะเห็นแสงสว่างเป็นดวงกลมล่องลอยไปมาอยู่บนดอยสูง แสงนั้นดูสว่างเรืองรองบางทีก็ สว่างจ้าเป็นสีเหลืองสดอาบทั้งดอยราวกับเป็นดอยทองคํา เหตุการณ์เหล่านี้มักปรากฏในวันสําคัญทางพุทธศาสนา เช่น วันพระ ๘ หรือ ๑๕ ค่ํา เป็นต้น หลังจากที่พิจารณาดูสถานที่แล้วเห็นว่าเป็นสถานที่สวยเหมาะสมแก่การเจริญ เมตตาภาวนาเป็นอย่างยิ่ง ควรที่จะสร้างให้เป็นสถานที่พักปฏิบัติธรรม

น้ำพุร้อนทุ่งเทวี

หมู่ 5 ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย 57170

น้ำพุร้อนทุ่งเทวี วารีบำบัด ด้วยอุณหภูมิระหว่าง 40-50 องศาเซลเซียส ที่เป็นอุณหภูมิที่เหมาะสม บวกกับแร่ธาตุที่สมบูรณ์ ทำให้น้ำพุร้อนทุ่งเทวี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ เหมาะแก่การแช่ตัวรักษา บำบัด คลายความปวดเมื่อย และกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ดีต่อสุขภาพ 

ปราสาทหินพันยอด

ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล

     เป็นสถานที่อัศจรรย์สุดอันซีนที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นจากการกัดเซาะหินของน้ำฝนจนกลายเป็นแท่งหินแหลมรูปร่างสวยงามแปลกตาคล้ายกับบนปราสาทเลยมีการเรียกกันว่า”ปราสาทหินพันยอด”และมีการพบฟอสซิลอายุมากกว่า 480 ล้านปีอยู่ด้วย

วัดพระโต พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ

บ้านปากแซง หมู่ 3 ตำบลพะลาน อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี

พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระโต บ้านปากแซง หมู่ที่ 3 ตำบลพะลาน อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างด้วยอิฐผสมปูนขาว ขนาดหน้าตักกว้าง 2.90 เมตร สูง 4.36 เมตร มีอายุเก่าแก่ และเป็นที่เคารพนับถือ ของประชาชนไทยและลาว เนื่องจากพระพุทธรูปองค์นี้เก่าแก่มากและไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด ผู้บันทึกได้เรียบเรียงตามคำบอกเล่าของคนแก่ ซึ่งได้เล่าสืบทอดกันมาดังข้อความต่อไปนี้ มีกษัตริย์สมัยขอมพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า พระยาแข้วเจ็ดถัน ได้เสด็จล่องเรือลงมาตามลำแม่น้ำโขงในฤดูฝน พอถึงบ้านปากแซงก็ค่ำลง จึงได้หยุดประทับแรม 1 คืน วันรุ่งขึ้น พระองค์ได้เสด็จขึ้นไปยังหมู่บ้าน และได้พบกับเจ้ากวนของหมู่บ้านในสมัยนั้น พระยาแข้วเจ็ดถัน ได้ตรัสถามถึงประวัติของหมู่บ้าน เจ้ากวนได้เล่าให้ฟังว่า บ้านนี้มีหาดสวยงามกว้างใหญ่ ในฤดูแล้ง หาดทรายจะโผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำ และหาดทรายแห่งนี้มีสิ่งอัศจรรย์อยู่คือ ถ้าปีใดหาดทรายโผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำระหว่างหมู่บ้าน ประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุข เมื่อพระองค์ได้ทราบก็เกิดศรัทธาในใจว่า สักวันหนึ่งจะต้องย้อนกลับมาสร้างหมู่บ้านนี้ให้เป็นเมือง ในราว พ.ศ. 1154 พระองค์ ก็ได้เสด็จมา พร้อมด้วยข้าทาสบริวารเป็นจำนวนมาก เมื่อเสด็จมาถึง พระองค์จึงได้มอบให้เจ้าแสง (คงจะเป็นนายชั้นผู้ใหญ่) เป็นคนควบคุมการก่อสร้างพร้อมกันนี้ก็ได้สร้างพระพุทธรูปขึ้นองค์หนึ่ง ซึ่งสร้างแล้วเสร็จเมื่อประมาณ พ.ศ. 1180 และขนานนามว่า พระอินทร์ใส่โฉม (ต่อมาเรียก พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ) เมื่อเจ้าแสงก็ถึงกรรมลง ชาวเมืองได้สร้างหอหลักเมืองขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ และขนานนามว่า หอแสง ต่อมาวัดแห่งนี้ก็ขาดคนบูรณะ และกลายเป็นวัดร้าง จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายร้อยปี ควาญช้างในหมู่บ้านนี้ ได้ไปพบพระพุทธรูปองค์ดังกล่าว และได้บอกบุญชาวบ้านร่วมกันบูรณะวัดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งและต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อวัดเป็น “วัดพระโต”

       วัดศรีโคมคำ ตั้งอยู่ริมกว๊านพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองพะเยา สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 20 ประดิษฐาน พระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปใหญ่ที่สุด และเก่าแก่ที่สุดในแผ่นดินล้านนา"วัดศรีโคมคำ"เป็นชื่อทีใช้ ทางราชการแต่ชาวบ้านโดยทั่วไป ยังคงเรียกตามชื่อเดิมว่า วัดพระเจ้าตนหลวง หรือวัดทุ่งเอี้ยงเนื่องจาก มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ เป็นประธานของวัด ที่มีประวัติความ เป็นปรากฎ ตามตำนาน เกี่ยวข้องกับการเสด็จ มาของพระพุทธเจ้ารวมถึงการแสดง พุทธทำนายเกี่ยวกับการสร้างพระเจ้าตนหลวง ในบริเวณที่เป็นหนองเอี้ยง สันนิษฐานว่าวัดศรีโคมคำสร้างราว พ.ศ. 2067 ภายหลังจากที่มีการสร้างพระพุทธรูป ขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันเรียกติดปาก กันว่า "พระเจ้าตนหลวง"สำหรับพระเจ้าตนหลวงองค์นี้ เป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง 14x16 เมตร ปัจจุบันประดิษฐานเป็น พระประธานในวิหารหลวง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวปีพ.ศ. 2034 ในสมัยพระยาเมืองยี่ครองเมืองพะเยา (สมัยพระยอดเชียงราย กษัตริย์ลำดับที่ 13 แห่งราชวงค์มังรายของเชียงใหม่ ) ต่อมาในสมัยพระยาอุปราชเจ้าบุรีย์รัตน์ได้ทำการ ก่อสร้างพระวิหาร ,เสนาสนะต่างๆและลำดับต่อมาก็ได้ตั้งเป็น วัดขึ้นในสมัยของพระยาตู้ ครองเมืองพะเยา ชาวพะเยาถือเป็น พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เดือนหกของทุกปีจะมีงานนมัสการพระเจ้าตนหลวง

บึงบัวแดง

หมู่ที่ 2 ตำบลท่าเรือ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม

บึงบัวแดงเป็นแหล่งน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์มีบัวแดงอยู่ในบริเวณหนองน้ำที่มีขนาดใหญ่

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่

หมู่ที่ 6 บ้านท่าภาณุรังษี ตำบลท่าเทววงษ์ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

       ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ผสมผสานสถาปัตยกรรมจีนและไทยเข้าด้วยกัน ตั้งอยู่บนเชิงเขาสูงทางทิศเหนือของเกาะสีชัง ปัจจุบันเขาลูกนั้นชื่อว่าเขาคยาศิระ โดยตัวอาคารของศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ทาสีแดงเป็นสีหลักสามารถมองเห็นเด่นชัดจากท่าเรือเมื่อมาถึงเกาะ สำหรับทางขึ้นมีบันไดแยกเป็น 2 ทาง ด้านขวาเป็นศาลเจ้าแม่กวนอิม และด้านซ้ายมือเป็นทางขึ้นศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ซึ่งหากนักท่องเที่ยวต้องการความสะดวกในการขึ้นไปสักการะองค์เจ้าพ่อเขาใหญ่นอกจากการเดินตามทางบันไดหลักแล้วนั้น ยังมีรถกระเช้าคอยให้บริการซึ่งสามารถนั่งได้ครั้งละไม่เกิน 6 - 8 ที่นั่ง เหมาะสำหรับผู้สูงวัย โดยค่าบริการนั้นแล้วแต่ศรัทธาโดยมีตู้รับบริจาคอยู่ด้านบน       หากนักท่องเที่ยวต้องการซื้อเครื่องสักการะองค์เจ้าพ่อเขาใหญ่ จะมีชุดสำหรับบูชาองค์เจ้าพ่อเขาใหญ่ ราคาชุดละ 70 บาท โดยจะมี ธูป 25 ดอก พร้อมแผ่นปิดทององค์เจ้าพ่อ และน้ำมันตะเกียง 1 ขวด ในส่วนของการไหว้แก้ปีชง มีให้บริการชุดละ 100 บาท โดยจะมียันต์ฮู้แก้ปีชง พร้อมกระดาษสีชมพูสำหรับเขียนไว้ที่องค์ศาลเพื่อทำพิธีสวดแก้ปีชงพร้อมกันในวันงานที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีต่อไป       สำหรับบริเวณก่อนขึ้นเจ้าพ่อเขาใหญ่ หลังจากผ่านซุ้มประตูเข้ามา ด้านซ้ายมือเป็นศาลเจ้าพ่อเสือ ที่ชาวจีนเชื่อกันว่าเมื่อได้ทำการไหว้แล้วช่วยเสริมเรื่องอำนาจบารมี ต่อมาไม่ไกลนักเป็นมูลนิธิสงเคราะห์คนชราเกาะสีชัง ภายในมีผู้สูงอายุหลายท่าน ส่งเสียงอวยพรออกมาเพื่อชักชวนให้มีการทำบุญกับสถานสงคราะห์ ถัดมาจะเห็นซุ้มประตูทางขึ้นเจ้าพ่อเขาใหญ่ ขวามือจะเป็นศาลเจ้าแม่กวนอิม โดดเด่นในเรื่องเมตตาบารมีสำหรับผู้ที่ได้เคารพกราบไหว้ ใกล้กันเป็นถ้ำนาคราช ซึ่งภายในเป็นถ้ำขนาดไม่ใหญ่มากนักปูด้วยกระเบื้องสะอาดตา ปลายถ้ำมีองค์เทพประทานพรยืนเด่นสง่าอยู่ปลายถ้ำ ในส่วนของซุ้มประตูทางขึ้นศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่สิงห์คู่สีทองอร่ามคอยคุ้มภัยอยู่หน้าทางขึ้น เมื่อรอดพ้นซุ้มประตู กระเช้าสีแดงสดจอดสนิทอยู่ หากตัดสินใจเดินขึ้นเหยียบพื้นปูนหินสีเหลืองสลับเทาขึ้นมา มังกรขนาดใหญ่เกล็ดสีเหลืองอ่อน ครีบเขียวรอยอยู่บนเฆม บนกำแพงสีแดงสด กั้นระหว่างกระเช้ากับทางเดินไว้เด่นชัด หัวมังกรใหญ่เด่นคล้ายอวยพรต้อนรับผู้มากราบไหว้องค์เจ้าพ่อเขาใหญ่ สัตว์อันเป็นสัญลักษญ์แห่งพลังอำนาจและความยิ่งใหญ่ราชาแห่งสัตว์มีเกล็ดทั้งปวงอยู่กับศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่มานานพอควรและได้กลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ผู้คนจดจำถึงศาลแห่งนี้ ตลอดเส้นทางมีราวเหล็กตรงกลางทางเดินขึ้นให้จับจุดแรกทางซ้ายมือเป็นทางเล็กขึ้นไปไหว้พระสังกัจจายน์ และถ้ำปู่ฤาษี เป็นทางเดินขนาดไม่ใหญ่มากนัก       หากขึ้นมาอีกนิดเป็นศาลแปดเซียน อันศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก เนื่องจากหินที่นำมาปั้นเซียนทั้งแปดเป็นหินมาจากศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่เป็นส่วนผสมหลัก จึงมีความเชื่อว่าให้โชคในด้านการค้าขาย การลงทุน หน้าที่การงานต่างๆ ชาวจีนให้ความเคารพกันอย่างมาก หลังจากไหว้เสร็จ เดินขึ้นเรื่อยๆ จะพบสิงห์ 2 ตัว มีทางขึ้นไปไม่ใหญ่มาก นั่นคือทางขึ้นไปบนรอยพระพุทธบาท เส้นทางนี้เชื่อมสุดยอดศรัทธาสูงสุดระหว่างศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่กับรอยพระพุทธบาทเข้าไว้ด้วยกันเป็นเส้นทางแสวงบุญที่ควรค่าแก่การเดินฝากรอยเท้าขึ้นไปสู่รอยเท้าอันยิ่งใหญ่แห่งพุทธศาสนา ตลอดเส้นทางผ่านซุ้มลีลาวดี และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ได้กราบไหว้บูชาทั้งสองข้างทาง แนะนำให้เข้าไปศาลเจ้าพ่อเจ้าใหญ่ก่อนถึงกลับมาขึ้นทางนี้ เมื่อย่ำเท้ามาอีกนิดเดียวชายคาองค์ศาลเจ้าพ่อจะอยู่เหนือศรีษะ เตรียมถอดรองเท้าไว้ในที่เก็บจากนั้นขึ้นบันไดหินอ่อนไปไม่กี่ขั้นจะพบศาลของเจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์แห่งความเมตตา และไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งความร่ำรวย รวมทั้งพระสังกัจจายน์ ผู้บันดาลโชคลาภ สติปัญญา และเมตตามหานิยม เข้าไปกราบเป็นปฐมแห่งศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ อีกนิดเดียวจุดจำหน่ายธูปและเทียนจะอยู่เบื้องหน้าคุณ

พระธาตุมะนาวเดี่ยว

หมู่บ้านอาฮี ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย

“วัดศิริมงคล” หรือที่ชาวบ้านมักจะเรียกกันว่า“วัดพระธาตุมะนาวเดี่ยว” ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านอาฮี ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จ.เลย เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง อายุไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ ปี ประชาชนบริเวณแถบนี้ มีวิถีชีวิตอันเกี่ยวพันกับพี่น้องฝั่งลาว มาตั้งแต่ยุคสมัยที่มีการก่อสร้างพระธาตุศรีสองรักภายหลังคนฝั่งลาวได้อพยพเดินทางกลับประเทศลาว หลังจากสร้างพระธาตุศรีสองรักเสร็จแล้ว แต่มีบางส่วนไม่ยอมกลับ ได้ตั้งรกรากสร้างชุมชนเป็นหมู่บ้านขึ้นตามริมลำน้ำเหือง และริมแม่น้ำโขง จนมีคำว่า ไทยลาวเป็นพี่น้องกัน มาจนทุกวันนี้

แหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมพื้นบ้าน บ้านมั่นยืน

303 หมู่ที่ 1 ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย

เป็นศูนย์การเรียนรู้ทางโบราณคดี เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นและแหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมพื้นบ้านเพื่อรวบรวมโบราณ ของมีค่า ข้าวของเครื่องใช้ไม้สอยพื้นบ้านของคนรุ่นเก่า เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ในชีวิตประจำวันของคนในอดีต