หมู่บ้านท่าภาณุรังษี

หมู่ที่ 6 ตำบลท่าเทววงษ์ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

      เป็นชุมชนที่อยู่ใกล้ท่าเทียบเรือภาณุรังสี ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือของหมู่บ้านไร่บน (ท่าบนในปัจจุบัน) สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จุดเด่น       บ้านภาณุรังษี มีวิถีชีวิตชาวประมงเก่าแก่ คนในชุมชนยังคงยึดอาชีพประมง “วิถีประมง” จึงเป็นอัตลักษณ์ของคนในชุมชน จุดเด่นของหมู่บ้านคือ เป็นหมู่บ้านบนเกาะสีชังที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามไว้มากที่สุด อาทิ ช่องเขาอิศริยาภรณ์ (เขาขาด) รอยพระบาท หมวดศิลา ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ยอดเสาธง หลักศิลาจารึก เป็นต้นภูมิศาสตร์       ทิศเหนือ : จรดทะเลฝั่งหมวดศิลา แหลมสีชัง        ทิศใต้ : จรดเขตหมู่ที่ 1 บ้านท่าเทววงษ์                     ทิศตะวันออก : จรดทะเล ฝั่งท่าเรือบนท่าภานุรังษี        ทิศตะวันตก : จรดทะเล ฝั่งเขาขาดภูมิประเทศ       สภาพภูมิประเทศเป็นเกาะกลางทะเลประกอบด้วย 9 เกาะ พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นภูเขาและโขดหิน ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ มีพื้นที่ราบทำกาเพาะปลูก ได้ประมาณ 500 ไร่ ไม่มีแม่น้ำลำธารแลหนองบึง บริเวณจุดสูงสุดคือบริเวณยอดเขาซึ่งอยู่ทางตอนเหนือเกาะสีชังมีความสูงประมาณ 192 เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งบ้านภาณุรังษี ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ของอำเภอเกาะสีชัง ซึ่งมีทั้งหมด 7 หมู่บ้าน 1 ตำบลภูมิอากาศ        โดยทั่วไปของเกาะสีชังเป็นพื้นที่ทะเลในเขตร้อน อยู่ภายใต้อิทธิพลลมมรสุมที่พัดปกคลุมอุณหภูมิตลอดทั้งปีมีค่า 28.5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ย 31.3 องศาเซลเซียส มี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม และฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ประวัติ เป็นชุมชนที่อยู่ใกล้ท่าเทียบเรือภาณุรังสี ซึ่งเป็นท่าเทียบเรือของหมู่บ้านไร่บน (ท่าบนในปัจจุบัน) สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จุดเด่น บ้านภาณุรังษี มีวิถีชีวิตชาวประมงเก่าแก่ คนในชุมชนยังคงยึดอาชีพประมง “วิถีประมง” จึงเป็นอัตลักษณ์ของคนในชุมชน จุดเด่นของหมู่บ้านคือ เป็นหมู่บ้านบนเกาะสีชังที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามไว้มากที่สุด อาทิ ช่องเขาอิศริยาภรณ์ (เขาขาด) รอยพระบาท หมวดศิลา ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ยอดเสาธง หลักศิลาจารึก เป็นต้น สถานที่ท่องเที่ยว      1.ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ลักษณะเด่น : เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนบนเกาะสีชังนับถือมาอย่างยาวนาน เกิดจากธรรมชาติเป็นลักษณะหินงอกเหมือนรูปคนนั่ง ตั้งอยู่ในศาลที่ตั้งอยู่บนยอดเขา ผู้คนนิยมขึ้นไปกราบไว้ขอพร โดยเฉพาะด้านความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงาน และเชื่อว่าพรที่ขอสัมฤทธิ์ผลต้องเดินทางไปขอพรถึง 3 ครั้ง      2.หมวดศิลา ลักษณะเด่น : มีความเกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้างทางรถไฟ เมื่อ พ.ศ. 2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระราชทานกิจการรถไฟขึ้นในประเทศสยามได้มีการสำรวจค้นหาวัตถุดิบเพื่อผลิตปูนซีเมนต์ มอบหมายให้วิศวกรชาวต่างประเทศ สำรวจคุณภาพหินที่เกาะสีชังและพื้นที่บริเวณหมวดศิลา ปรากฏว่าเป็นหินที่มีคุณภาพดี เหมาะสำหรับเป็นวัตถุดิบผลิตปูนซีเมนต์ และนำไปสร้างเขื่อนจึงได้จัดตั้งสำนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทยขึ้นที่เกาะสีชังใช้ชื่อว่า ""หมวดศิลาเกาะสีชัง"" การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ทำการระเบิดหินบริเวณนี้ แล้วนำหินที่ได้ขนไปทางเรือใบ เพื่อนำไปสร้างหมอนรองทางรถไฟที่สถานีรถไฟมักกะสัน กรุงเทพมหานคร ถือได้ว่าหมวดศิลาเกาะสีชัง - แหลมสีชัง เป็นสถานที่ที่เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์การสร้างทางรถไฟของประเทศไทย ผลจากการระเบิดหินทำให้เกิด เศษหินก้อนเล็กก้อนน้อย ในพื้นที่บริเวณหมวดศิลากระเด็นตกลงไปในทะเล หินเหล่านี้ถูกกระแสคลื่นกระทบเป็นเวลานาน จนมีลักษณะเป็นหินกลม เกิดเป็นหาดหินกลมมีความสวยงามแตกต่างไปจากหาดทั่วไป     3.ช่องอิศริยาภรณ์ (ช่องเขาขาด) ลักษณะเด่น : ช่องอิศริยาภรณ์ (ช่องเขาขาด) ตั้งอยู่ตำแหน่งด้านหลังเกาะทางทิศตะวันตกติดกับแหลมมหาวชิราวุธ เป็นช่องเขาใหญ่ที่อยู่ระหว่างยอดมหาวชิราวุธกับยอดยุคล มีทางเชื่อมกับถนนเสาวภา ผ่านช่องไปออกทะเลที่แหลมมหาวชิราวุธ หากอยู่กลางทะเลจะเห็นความสวยงามทางธรรมชาติเป็นภาพเขาที่ขาดออกจากกัน แต่หากชมวิวทิวทัศน์จากบนเกาะบริเวณนี้ก็สามารถชมความงดงามของท้องทะเล เกลียวคลื่นกระทบหินผาอันสูงชันที่เรียกว่า เทือกศิลามหาวชิราวุธ อันเป็นมุมที่ชมความงามได้ถึง 360 องศา มองเห็นทั้งเกาะ หน้าผา ทะเล รวมถึงสิ่งปลูกสร้างทางประวัติศาสตร์ ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดบนเกาะสีชัง     4.รอยพระพุทธบาท ลักษณะเด่น : รอยพระพุทธบาทเกาะสีชัง เป็นปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของประเทศไทย ความศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาสูง ใต้ร่มเงาพุทธศาสนา ณ ไหล่คยาศิระ มณฑปสีขาวบริสุทธิ์ สัญลักษณ์แห่งศรัทธาที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงสร้างไว้ให้กับเกาะอันเป็นที่รัก ปัจจุบันเด่นตระหง่านเป็นมงคลแก่ผู้พบเห็น หลักชัยสมัยพุทธกาลเกิดขึ้นบนเกาะสีชัง ในปี พ.ศ. 2435 โดยพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ ทรงได้ศิลารอยพระพุทธบาทโบราณมาจากพุทธคยา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงโปรดให้เชิญรอยพระพุทธบาทนั้น ขึ้นประดิษฐาน ณ ไหล่เขายอดพระจุลจอมเกล้า เพื่อเป็นศูนย์กลางการสรรเสริญพุทธศาสนาเกาะสีชัง ในครั้งนั้นโปรดเกล้าฯ ให้จัดเป็นงานพิธีหลวง ทรงเป็นองค์ประธานในการประกอบพิธีสงฆ์และโปรดฯ ให้สมโภชรอยพระพุทธบาท ในวันที่ 28 – 30 เมษายน พ.ศ. 2435 พร้อมกับพระราชทานชื่อไหล่เขาที่มาประดิษฐานรอยพระพุทธบาทว่า “ไหล่คยาศิระแห่งยอดเขาพระจุลจอมเกล้า”     5.วัดจุฑาทิศธรรมสภารามวรวิหาร ลักษณะเด่น : ตั้งอยู่ส่วนหัวและเชิงเขาของเกาะสีชัง (เขาคยาศิระ)บริเวณที่เทียบเรือเทววงษ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี หลังจากมีถนนอัษฎางค์แล้ว ชาวบ้านได้ย้ายบ้านเรือไปตั้งอยู่บริเวณปลายแหลมทางเหนือของเกาะทำให้ชาวบ้านอยู่ไกลจากวัดเกาะสีชัง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 5 จึงโปรดเกล้าฯให้สถาปนาอารามขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิรกและ เพื่อชาวบ้านจะได้ทำบุญตักบาตรสะดวก พระราชทานนามว่า "วัดจุฑาทิศธรรมสภาราม"

หมู่บ้านตลาดพลอยบ้านญวน

หมู่ 16 ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

    ในอดีตเป็นที่อยู่อาศัยของคน 3 เชื้อชาติที่อพยพมาตามลุ่มแม่น้ำจันทบุรี มี จีน ญวน ไทยใหญ่ อยู่รวมกันอย่างพี่น้อง คนญวนทอเสื้อ (เป็นต้นแบบการทอเสื้อของคนในจ.จันทบุรี) ทำประมง คนจีนค้าขาย คนไทยมีอาชีพทำพลอย เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำจันทบุรี มีอายุมากว่า 1,000 ปีจุดเด่น    อู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บ้านเสม็ดงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช การทอเสื่อกกจันทบูร และการแปรรูปเสื่อกกเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น รองแก้ว รองจาน รองเท้า กล่องกระดาษทิชชู กระเป๋า ฯลฯภูมิศาสตร์    ทิศเหนือ : ติดชุมชน 13     ทิศใต้    : ติดแม่น้ำจันทบุรี     ทิศตะวันออก  : ติดชุมชน 4 (ติดริมน้ำ,ศาลเจ้าที่ตลาด)    ทิศตะวันตก   : ติดทะเลสภาพภูมิประเทศ    เป็นพื้นที่ราบลุ่มติดแม่น้ำ ร้อนชื้นสภาพภูมิอากาศ    ร้อนชื้น ฝนชุก ฤดูหนาวอยู่ประมาณเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งจะนำความเย็นมาสถานที่ท่องเที่ยว 1. โรงเจบ้วนเฮงเจตั๊วรายละเอียด : เมื่อประมาณ ปีพ.ศ. 2431 กรมการโรงเจ บ้วนเฮงเจตั๊วอัน เป็นโรงเจประจำจังหวัดจันทบุรี ยังไม่มีที่ตั้งถาวรได้มาขอที่วัดประกอบพิธีได้รับความนิยมจากประชาชนเป็นอันมาก จึงขอตั้งเป็นการถาวรมีกรรมการบริหารจนถึงปัจจุบัน และพุทธศาสนิกชนชาวจันทบุรีได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรืองจนตราบเท่าทุกวันนี้ รวมเวลา 115 ปี ของประเพณีการกินเจ

หมู่บ้านต้นเลียบ

หมู่ 6 ตำบลรำพัน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

      เป็นชุมชนพี่น้องกันมากทุกๆบ้านในชุมชนเป็นเครือญาติกัน เป็นคนในท้องถิ่นเท่านั้น รักใคร่ปองดองกันดี และเป็นพื้นที่ทำการเกษตรเป็นส่วนมาก จากลงที่มีอยู่ในท้องถิ่นของเราแต่โบราณมา เราจึงนำมาประยุกต์ใช้ในบ้านของเราถึงทุกวันนี้ ธรรมชาติมีอยู่จริงที่บ้านต้นเลียบจุดเด่น      เป็นชุมชนเล็กๆใน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งในชุมชนของบ้านต้นเลียบมีการทำการเกษตรเป็นหลัก และใช้แมลงในการทำการเกษตรแทนการใช้สารเคมี (ผึ้งจิ๋ว)ภูมิศาสตร์      ทิศเหนือ  : ติด ต.วังตโนด อ.นายายอาม       ทิศใต้ และ ทิศตะวันตก : ติด ต.สนามไชย อ.นายายอาม ชายหาดคุ้งวิมาน เนินนางพยา       ทิศตะวันออก : ติด ต.โขมง ติด ม.บูรพาวิทยาเขตจันทบุรีภูมิประเทศ       เป็นพื้นที่ราบ ใกล้ถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักเพื่อมุ่งสู่ จ.สระแก้ว และ สายอีสาน และ จ.ตราด ติดถนนบูรพาชลทิศซึ่งเป็นถนนสายท่องเที่ยวริมชายหาดต่างๆของชายฝั่งทะเลตะวันออก มีพื้นทำการเกษตรจำนวน 2600 ไร่ ซึ่งผลิตผลไม้ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดจันทบุรี เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง และพื้นที่ทำการเกษตรร้อยละ 90% ใช้ ชันโรงในการทำการเกษตร จ.จันทบุรีของเรามีทั้ง ทะเล น้ำตก และ ภูเขา ซึ่งครบในการท่องเที่ยวภูมิอากาศ       อากาศดี ธรรมชาติ 100% เป็นสถานที่ปลอดภัย ปลอดสารพิษสถานที่ท่องเที่ยว      1.บ้านไร่นายชาม         การเกษตรแบบธรรมชาติพึ่งธรรมชาติ ไร้สารเคมี และที่นี่เลียงชันโรงเพื่อช่วยผสมเกสรให้เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร นอกจากนี้ยังมีเปิดสอนการทำเกษตรเป็นหลักสูตรหลายอย่าง

หมู่บ้านตะกาดเง้า

หมู่ 1 ตำบลตะกาดเง้า อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

        บ้านตะกาดเง้า เป็นชื่อเรียกของหมู่บ้านหมู่ที่ 1,2 และ 3 บ้านตะกาดเง้าเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าก่อตั้งเมื่อใด แต่มีหลักฐานจากประวัติการจัดตั้งว่า จัดตั้งเมื่อ พ.ศ. 2370 ตรงกับรัชสมัยที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงสันนิษฐานว่าหมู่บ้านตะกาดเง้าเกิดขึ้นตั้งแต่กรุงรัตน์โกสินทร์ตอนต้น ตะกาดหมายถึงที่ดินที่อยู่หลังหาดชายทะเล น้ำเค็มซึมเข้าไปถึงได้ ส่วนใหญ่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ สมัยก่อนใช้เป็นทางสัญจรออกสู่ทะเล มีบางตำนานเล่าว่า มีควาญช้างทำง้าวตกไว้บริเวณนี้ จึงชื่อว่า ตะกาดเง้าจุดเด่น      ป่าชายเลนสมบูรณ์ หอยนางรมสด รสอร่อย หอพระไตรสวยงาม 200 ปีภูมิศาสตร์     ทิศเหนือ   : ติดต่อกับหมู่ที่ 5 บ้านท่าใต้ ต.ตะกาดเง้า     ทิศใต้       :  ติดต่อกับคลองตะเตียน หมู่ที่ 8 บ้านคลองตาสังข์ ต.ตะกาดเง้า     ทิศตะวันออก  : ติดต่อกับหมู่ที่ 2 บ้านตะกาดเง้า     ทิศตะวันตก   : ติดต่อกับคลองวังโตนดและหมู่ที่ 8 ตำบลคลองขุดภูมิประเทศ      บ้านตะกาดเง้าหมู่ที่ 1 ตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนปลายซึ่งชาวบ้านเรียกว่าหัวแหลม จากหมู่บ้านจะถูกโอบล้อมด้วยคลองน้ำเค็มภูมิอากาศ      อากาศไม่ร้อน เนื่องจากอยู่ใกล้ทะเล ฤดูหนาวจะมีลมพัดแรง อากาศไม่หนาวจัดสถานที่ท่องเที่ยว     1.วัดตะกาดเง้า รายละเอียด : เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความเป็นมายาวนานกว่า 280 ปี มีศิลปะวัตถุ สถาปัตยกรรมอันล้ำค่า ชมหอพระไตรปิฎกจากฝีมือช่างหลวงในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่ทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรม และศิลปกรรม ที่ตกทอดมาจนถึงยุคปัจจุบัน วัดอยู่ในแนวเส้นทางถนนเฉลิมบูรพาชลทิต จึงแวะชมได้สะดวก อยู่บริเวณใกล้กับจุดชมวิวแขมหนู และหาดเจ้าหลาว    2.สะพานท่าเทียบเรือหัวแหลมรายละเอียด : บ้านหัวแหลม เป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ อยู่ใกล้กับท่าเทียบเรือประมงบ้านหัวแหลม หมู่ 7 ต.สนามไชย อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ซึ่งชาวบ้านยังคงดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย หาเลี้ยงชีพด้วยการออกเรือหาปลามาตั้งแต่อดีต

หมู่บ้านเสม็ดงาม

หมู่ 10 ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี

      ชุมชนบ้านเสม็ดงาม ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 11 กม. ตามประวัติศาสตร์ระบุว่า ก่อนที่สมเด็จพระเจ้าตากสินจะยกทัพไปตีพม่า ได้มีการต่อเรือประมาณ 100 ลำ ซึ่งบริเวณแห่งนี้ได้พบตอไม้ตะเคียนทองจำนวนมาก จึงสันนิษฐานว่าอาจเคยเป็นอู่ต่อเรือของสมเด็จพระเจ้าตากสินนั่นเอง ปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดจันทบุรีไปแล้ว ซึ่งภายในบริเวณมีสถานที่ให้เที่ยวชมและศึกษามากมายจุดเด่น       ป่าชุมชนบ้านเสม็ดงาม ซึ่งเป็นป่าเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์ และในอนาคตอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะเป็นแหล่งรวบรวมและจัดแสดงพรรณไม้ป่าชายเลนจากพื้นที่ส่วนต่างๆ ของโลก อีกทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาวิจัยทางพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ ได้ชื่อว่า สวนพฤกษาศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.๙ และจะเป็นสวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติแห่งแรกของโลกภูมิศาสตร์    ทิศเหนือ : บ้านเสม็ดงาม หมู่11    ทิศใต้     : แม่น้ำจันทบุรี    ทิศตะวันออก : คลองบางสระเก้า     ทิศตะวันตก  : คลองจันทบุรีภูมิประเทศ      เป็นเกาะที่ล้อมรอบด้วยน้ำ ติดแถบป่าชายเลนฝั่งทางทะเลตะวันตกภูมิอากาศ      ร้อนชื้น ฝนตกชุกสถานที่ท่องเที่ยว      1.สวนพฤกษศาสตร์นานาชาติป่าชายเลน ร.๙ ลักษณะเด่น : ป่าชุมชนบ้านเสม็ดงาม หมู่ที่ 10 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี ในเนื้อที่กว่า 530 ไร่ มีการปรับเปลี่ยนจากป่าเสื่อมโทรมมาเป็นป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ มีการปลูกป่าโดยชุมชน นักเรียน นักศึกษา และชาวบ้าน ร่วมกันปลูกป่า ปล่อยพันธุ์ปู ปลา หอย และสัตว์น้ำต่างๆ คืนสู่ธรรมชาติมานานกว่า 10 ปี จนวันนี้ผืนป่าถูกปกคลุมด้วยต้นโกงกาง ต้นสัก และต้นจาก เป็นต้น อีกทั้งมีสัตว์น้ำหลากหลายชนิดเริ่มขยายพันธุ์เติบโต ประกอบกับพื้นที่ติดกับปากแม่น้ำจันทบุรีที่เป็นแหล่งรวมสัตว์น้ำหลากหลายชนิด ในช่วงเย็นจะมีฝูงเหยี่ยวคอแดงบินมาหากินในพื้นที่ ซึ่งเหมาะแก่การดูนกและชื่นชมธรรมชาติเป็นอย่างมากได้มีการจัดตั้งสวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.๙ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติตามแนวทางพระราชดำริฯ ฟื้นฟูระบบนิเวศน์ป่าชายเลนอย่างครบวงจร ที่ศูนย์อนุรักษ์และเรียนรู้ป่าชายเลน บ้านเสม็ดงาม หมู่ 10 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี         2.อู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บ้านเสม็ดงามลักษณะเด่น : สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ อยู่ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 11 กิโลเมตร สันนิษฐานว่าเป็นสถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชใช้เป็นอู่ต่อเรือเมื่อครั้งเตรียมยกทัพไปตีพม่าเพื่อกู้เอกราชชาติไทยเมื่อ พ.ศ.2310 นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนที่นี่จะได้ชมจุดต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย เช่น พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อู่ต่อเรือโบราณที่สร้างอาคารมีหลังคาคลุมไว้ให้ผู้ที่สนใจได้เข้าไปศึกษา พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น อู่ต่อเรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ภายในอาคารแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับพระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เครื่องดินเผา เครื่องสังคโลก เรือจำลอง เครื่องใช้ในสมัยโบราณ อาคารแสดงเรือสำเภาที่มีเรือสำเภาขนาดใหญ่จัดแสดงไว้ ท่าเทียบเรือที่มีเรือรบที่ปลดระวางแล้วมาจอดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชม       3.ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านการทอเสื่อจันทบูร หมู่บ้านเสม็ดงามลักษณะเด่น : ด้วยฝีไม้ลายมืออันประณีตของชาวบ้านเสม็ดงามประกอบกับการเป็นดินแดนที่มีต้นกกขึ้นเป็นจำนวนมาก และชาวบ้านมีการทอเสื่อกกกันแพร่หลายในชุมชน ช่วงว่างเว้นจากการทำไร่หรือฤดูเก็บเกี่ยว เสื่อจันทบูรจึงเป็นงานหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงของจันทบุรีภายในศูนย์ฯ แห่งนี้ นอกจากจะได้เลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์แปรรูปจากต้นกกฝีมือชาวบ้าน เช่น ที่รองแก้ว ที่รองจาน กล่องใส่กระดาษทิชชู กระเป๋า เสื่อ แล้ว ยังจะได้ชมการสาธิตการทอเสื่อโดยอุปกรณ์ที่เรียกว่า “ฟืม” ที่ใช้คนทอสองคน

กว๊านพะเยา

ตำบลเวียง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา

กว๊านพะเยามีลักษณะเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่รูปพระจันทร์เสี้ยวเกือบครึ่งวงกลมเว้าแหว่งทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งคำว่า กว๊าน นั้นหมายถึง หนองน้ำ หรือบึงน้ำขนาดใหญ่ และคำนี้มีใช้ในท้องถิ่นล้านนาเฉพาะที่จังหวัดพะเยาแห่งเดียวเท่านั้น ซึ่งกว๊านพะเยาเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ได้รวบรวมลำห้วยต่าง ๆ มากถึง 18 สาย เอาไว้จนกลายเป็นแหล่งประมงน้ำจืด ขนาดใหญ่ที่สุดในภาคเหนือและใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 12,831 ไร่ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลากว่า 50 ชนิด เช่น ปลากราย ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาจีน ปลาไน และปลานิล อีกทั้ง ทัศนียภาพรอบกว๊านมีความร่มรื่น สามารถมองเห็นแนวทิวเขาสลับซับซ้อนกลายเป็นทิวทัศน์ที่งดงาม บริเวณริมกว๊านยังมีร้านอาหาร สวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งชาวพะเยามักออกมาเดินเล่นในยามเย็น หรือไม่ก็ชมพระอาทิตย์ตกดิน นอกจากนี้ไฮไลท์ของกว๊านพะเยายังอยู่ที่การเวียนเทียนทางน้ำหนึ่งเดียวในโลกในวันสำคัญทางพุทธศาสนา คือ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา ณ วัดติโลกอารามกลางกว๊านพะเยาที่มีอายุกว่า 500 ปี และมีบริการนั่งเรือพายชมทัศนียภาพ ราคา ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท

วัดอนาลโยทิพยาราม

หมู่บ้านสันป่าบง หมู่ที่ ๖ ตําบลสันป่าม่วง อําเภอเมือง จังหวัดพะเยา

วัดอนาลโย ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสันป่าบง หมู่ที่ ๖ ตําบลสันป่าม่วง อําเภอเมือง จังหวัดพะเยา มีเนื้อที่ทั้งหมด ๒,๘๐๐ ไร่ เริ่มการก่อสร้างโดยพระอาจารย์ไพบูลย์สุมังคโล ขณะท่านอยู่วัดรัตวนาราม ท่านมีปรากฏการณ์เห็นทรายทองไหลลงมาสู่วัดเป็นสายรังสีแสงของทรายทองที่ไหลพรั่งพรูราวกับสายน้ํานั้นอาบวัดทั้งวัดแทบจะกลายเป็นวัดทองคํา ท่านมองทวนลําแสงสีทองไป ก็เห็นเขาที่อยู่อีกฟากหนึ่งของกว๊านพะเยา จากนั้นได้มีโยมอาราธนาไปดูสถานที่สําคัญและแปลกประหลาดเพื่อจะได้สร้างสํานักสงฆ์ไว้เป็นที่บําเพ็ญกุศลของชาวบ้าน สืบเนื่องจากชาวบ้านมักจะเห็นแสงสว่างเป็นดวงกลมล่องลอยไปมาอยู่บนดอยสูง แสงนั้นดูสว่างเรืองรองบางทีก็ สว่างจ้าเป็นสีเหลืองสดอาบทั้งดอยราวกับเป็นดอยทองคํา เหตุการณ์เหล่านี้มักปรากฏในวันสําคัญทางพุทธศาสนา เช่น วันพระ ๘ หรือ ๑๕ ค่ํา เป็นต้น หลังจากที่พิจารณาดูสถานที่แล้วเห็นว่าเป็นสถานที่สวยเหมาะสมแก่การเจริญ เมตตาภาวนาเป็นอย่างยิ่ง ควรที่จะสร้างให้เป็นสถานที่พักปฏิบัติธรรม

หมู่บ้านยวนสาว

หมู่ที่ 6 ตำบลเขาดิน อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่

     มีการเล่ากันต่อ ๆ มาถึงชื่อหมู่บ้านยวนสาว  ว่า  ยวนสาว  มาจากชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะลำต้นตรงสีขาว มีลูกแต่กินไม่ได้ ใบคล้ายใบไทร ชาวบ้านเรียกต้นไม้ชนิดนี้ว่าต้นยวน เดิมมีอยู่มากบริเวณริมคลองพอถาก เป็นไม้เนื้ออ่อน ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงต้นเดียว และคำว่าสาวก็ได้มาจากการเปรียบเทียบลักษณะของลำต้นยวนที่มีสีขาวสวย คล้ายกับหญิงสาว จึงได้เรียกชื่อหมู่บ้านว่า ”ยวนสาว”ภูมิศาสตร์     ทิศเหนือ        : จดตำบลไทรทอง อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี     ทิศตะวันออก  : จดตำบลสินเจริญ อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี     ทิศตะวันตก    : จดตำบลหน้าเขา อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่     ทิศใต้            : จดตำบลพรุเตียว,ตำบลเขาพนม อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ภูมิประเทศลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง 45% ที่ราบปานกลาง 40% และที่ราบต่ำที่สามารถทำนาได้ดีเพียง 10% พื้นที่เหมาะแก่การทำการเกษตรกรรมภูมิอากาศมีสองฤดูคือ ฤดูร้อนและฤดูฝน ลักษณะภูมิอากาศได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือทำให้ฝนตกชุกตลอดปีสถานที่ท่องเที่ยว     1.สวนผึ้งลุงเเดงรายละเอียด : สวนผึ้งที่นี้ไม่ได้มีเพียงแค่ผึ้งเท่านั้น แต่ยังมีทั้ง พืช ผัก ผลไม้ นานาชนิด ที่เราสามารถเข้าเยี่ยมชมความอุดสมบูรณ์ของสวนแห่งนี้ได้ที่อยู่ : บ้านยวนสาว หมู่ที่ 6 ตำบลเขาดิน อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่

หมู่บ้านไม้ขาว

หมู่ 4 ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต

     จากคำบอกเล่าของคนสมัยก่อน เล่ากันว่า เดิมมีต้นไม้สีขาว ขนาดใหญ่มาก จำนวน 1 ต้นขึ้นอยู่บนเขาไม้แก้วตรงกับบริเวณหมู่บ้านที่เรียกว่า “บ้านใน” เมื่อเรือสินค้าวิ่งจากภูเก็ตไปปีนัง จะมองเห็นต้นไม้สีขาว ลักษณะคล้ายแก้ว เด่นชัดมาก  ซึ่งเรียกว่า “ไม้แก้ว” ต่อมาชาวบ้านได้เรียกเพี้ยนเป็น “ไม้ขาว” และเรียกหมู่บ้านนี้ว่า บ้านไม้ขาว มาจนถึงปัจจุบันนี้จุดเด่น    บ้านไม้ขาวพื้นที่จะประกอบไปด้วย ป่าพรุ และชายหาด ซึ่งชายหาดไม้ขาด และป่าพรุ   ไม้ขาว เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดมนจังหวัดภูเก็ต ในพื้นที่ยังเป็นพื้นที่ที่มาการทำนา คือนาผืนสุดท้ายของภูเก็ต และยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญคือ การจุดชมเครื่องบินบริเวณหาดไม้ขาว ซึ่งพื้นที่ติดกับสนามบินนานาชาติจังหวัดภูเก็ตภูมิศาสตร์    ทิศเหนือ : บ้านสวนมะพร้าว  หมู่ที่ 3 ตำบลไม้ขาว    ทิศใต้     : ท่าอากาศยานภูเก็ต   หมู่ที่ 6  ตำบลไม้ขาว           ทิศตะวันออก : บ้านหมากปรก   หมู่ที่ 1  ตำบลไม้ขาว    ทิศตะวันตก   : หาดไม้ขาว (ทะเลอันดามัน)ภูมิประเทศ    มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบ และที่ราบลุ่มชายทะเลภูมิอากาศ    มีลักษณะภูมิอากาศที่ร้อนชื่น  มี 2 ฤดู  คือ  ฤดูร้อน และฤดูฝน อากาศไม่ร้อนมากนัก เนื่องจากสภาพพื้นที่ติดกับทะเล สถานที่ท่องเที่ยว      1.จุดชมเครื่องบิน หาดไม้ขาว และหาดไม้ขาวลักษณะเด่น : จุดชมเครื่องบินบริเวรหาดไม้ขาว สามารถสัมผัสเครื่องบินแลนดิ้งระยะประชิดที่ หาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต      2.นาข้าวผืนสุดท้ายของภูเก็ต ลักษณะเด่น : เป็นพื้นที่ที่มีการทำนาข้าว ซึ่งเป็นนาข้าวผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต      3.ป่าพรุไม้ขาวลักษณะเด่น :  เป็นพื้นที่ชุมน้ำ ซึ่งเป็นป่าพรุที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่สัตว์ต่างๆในพื้นที่     4.ศูนย์อนุรักษ์ควายไทย Buffalo Hub Maikhao - ควายฮับไม้ขาวลักษณะเด่น :  เป็นศูนย์เรียนรู้ความหลากหลายทางพันธุกรรมของกระบือพื้นเมืองไทย และเป็นร้านอาหารที่บรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ 

น้ำพุร้อนทุ่งเทวี

หมู่ 5 ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย 57170

น้ำพุร้อนทุ่งเทวี วารีบำบัด ด้วยอุณหภูมิระหว่าง 40-50 องศาเซลเซียส ที่เป็นอุณหภูมิที่เหมาะสม บวกกับแร่ธาตุที่สมบูรณ์ ทำให้น้ำพุร้อนทุ่งเทวี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ เหมาะแก่การแช่ตัวรักษา บำบัด คลายความปวดเมื่อย และกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ดีต่อสุขภาพ